ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
Data Processing Agreement (DPA) · อัปเดตล่าสุด: 21 สิงหาคม 2026
ข้อตกลงนี้จัดทำขึ้นตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) มาตรา 40 เพื่อกำหนดสิทธิและหน้าที่ระหว่างลูกค้าและบริษัท ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้นจากการใช้บริการ Newton
ข้อตกลงฉบับนี้มีผลกับลูกค้าทุกรายที่ใช้บริการ Newton โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของ Terms of Service หากต้องการฉบับลงนามเป็นเอกสาร กรุณาแจ้งชื่อนิติบุคคลและที่อยู่มาที่อีเมลในข้อ 14 เราจะจัดส่งให้ลงนามทั้งสองฝ่าย
1. คู่สัญญาและสถานะของแต่ละฝ่าย
- ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller): ลูกค้าผู้ใช้บริการ ซึ่งเป็นผู้กำหนดว่าจะนำข้อมูลส่วนบุคคลใดขึ้นบน server และประมวลผลเพื่อวัตถุประสงค์ใด
- ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processor): บริษัท อินคัม อิน คลิก จำกัด ผู้ให้บริการ Managed Server ภายใต้ชื่อ Newton
- บริษัทเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเฉพาะข้อมูลบัญชีผู้ใช้บริการของตนเอง เช่น ชื่อ อีเมล และประวัติการชำระเงิน ซึ่งอยู่ภายใต้ Privacy Policy
2. ขอบเขตและวัตถุประสงค์
บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าเพียงเท่าที่จำเป็นต่อการให้บริการตามสัญญา ได้แก่ การจัดหาและดูแล server, การอัปเดตซอฟต์แวร์และแพตช์ความปลอดภัย, การแก้ไขปัญหาตามที่ลูกค้าแจ้ง, การจัดการโดเมนและ DNS, การสำรองข้อมูลเมื่อลูกค้าสมัครบริการเสริม และการเรียกเก็บค่าบริการ
บริษัทจะไม่นำข้อมูลของลูกค้าไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น ไม่นำไปวิเคราะห์เชิงพาณิชย์ ไม่นำไปฝึกสอนระบบปัญญาประดิษฐ์ และไม่จำหน่ายให้บุคคลใด
3. ประเภทข้อมูลและเจ้าของข้อมูล
| กลุ่มข้อมูล | ตัวอย่าง | เจ้าของข้อมูล |
|---|---|---|
| ข้อมูลที่ลูกค้านำขึ้น server | ฐานข้อมูล ไฟล์ เนื้อหาเว็บไซต์ รายชื่อผู้ใช้หรือลูกค้าของลูกค้า | กำหนดโดยลูกค้าทั้งหมด |
| ข้อมูลบัญชีผู้ใช้บริการ | ชื่อ อีเมล ข้อมูลการชำระเงิน | ลูกค้าและผู้แทนของลูกค้า |
| ข้อมูลทางเทคนิค | IP address ของ server, โดเมน, แพ็กเกจ, บันทึกการใช้บริการ | ลูกค้า |
| ข้อมูลที่แนบมากับการแจ้งปัญหา | ข้อความใน ticket และ log ทางเทคนิคของระบบ Newton ที่ดึงมาเพื่อวินิจฉัย | ลูกค้า |
4. หน้าที่ของบริษัทในฐานะผู้ประมวลผล
- ประมวลผลข้อมูลตามคำสั่งของลูกค้าและตามที่จำเป็นต่อการให้บริการเท่านั้น หากมีกฎหมายบังคับให้ต้องประมวลผลนอกเหนือจากนี้ บริษัทจะแจ้งลูกค้าก่อนเท่าที่กฎหมายอนุญาต
- รักษาข้อมูลของลูกค้าเป็นความลับ และกำหนดให้ผู้ที่เกี่ยวข้องมีหน้าที่รักษาความลับเช่นเดียวกัน
- จำกัดสิทธิ์การเข้าถึงเฉพาะผู้ที่จำเป็นต้องใช้เพื่อปฏิบัติหน้าที่
- จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมตามข้อ 5
- ให้ความร่วมมือแก่ลูกค้าในการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
5. มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย
- server ของลูกค้าแต่ละรายเป็นเครื่องเสมือนแยกกันคนละเครื่อง ไม่ใช้ทรัพยากรร่วมกับลูกค้ารายอื่น
- การเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบทั้งหมดเข้ารหัสด้วย HTTPS (TLS)
- การเข้าถึง server ระดับผู้ดูแลระบบใช้ SSH key เท่านั้น ปิดการล็อกอินด้วยรหัสผ่าน และมีระบบ fail2ban ป้องกันการเดารหัสผ่าน
- รหัสผ่านของผู้ใช้เก็บในรูปแบบ hash ไม่เก็บเป็นข้อความธรรมดา
- server ได้รับการอัปเดตแพตช์ความปลอดภัยของระบบปฏิบัติการอัตโนมัติ
- บริษัทไม่เก็บข้อมูลบัตรเครดิตของลูกค้า การชำระเงินดำเนินการโดยผู้ให้บริการรับชำระเงินที่ได้มาตรฐาน PCI DSS
6. การเข้าถึง server ของลูกค้า
ในฐานะผู้ให้บริการ Managed Server บริษัทมีสิทธิ์เข้าถึง server ของลูกค้าในระดับผู้ดูแลระบบ ซึ่งจำเป็นต่อการให้บริการ โดยบริษัทจะใช้สิทธิ์ดังกล่าวเฉพาะกรณีต่อไปนี้
- เมื่อลูกค้าแจ้งปัญหาเข้ามาและจำเป็นต้องตรวจสอบเพื่อแก้ไขให้
- เมื่อต้องอัปเดต ซ่อมบำรุง หรือแก้ไขปัญหาของแพลตฟอร์มเอง
- เมื่อมีเหตุด้านความมั่นคงปลอดภัยที่ต้องระงับความเสียหาย
- เมื่อกฎหมายหรือคำสั่งของหน่วยงานที่มีอำนาจกำหนด
นอกเหนือจากกรณีข้างต้น บริษัทจะไม่เข้าถึงเนื้อหาบน server ของลูกค้า ระบบตรวจสอบอัตโนมัติของบริษัทอ่านเพียง metadata เช่น เวลาที่ไฟล์ถูกแก้ไขล่าสุด เพื่อประเมินสถานะการใช้งาน ไม่เปิดอ่านเนื้อหาไฟล์ และลูกค้าสามารถตรวจสอบประวัติการเข้าถึงผ่านบันทึกของระบบปฏิบัติการบน server ของตนเองได้ตลอดเวลา
7. ผู้ประมวลผลช่วง (Subprocessor)
ลูกค้าตกลงให้บริษัทใช้ผู้ประมวลผลช่วงเท่าที่จำเป็นต่อการให้บริการ รายชื่อทั้งหมด ประเทศที่ตั้ง และประเภทข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เผยแพร่ไว้ที่ Subprocessor List
บริษัทจะกำหนดให้ผู้ประมวลผลช่วงมีหน้าที่คุ้มครองข้อมูลไม่ต่ำกว่าที่ระบุในข้อตกลงฉบับนี้ และยังคงรับผิดชอบต่อลูกค้าสำหรับการดำเนินการของผู้ประมวลผลช่วงนั้น หากมีการเพิ่มหรือเปลี่ยนผู้ประมวลผลช่วงที่กระทบต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะแจ้งลูกค้าล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน และลูกค้ามีสิทธิ์คัดค้านโดยการยกเลิกบริการภายในระยะเวลาดังกล่าว
8. การโอนข้อมูลไปต่างประเทศ
server ของลูกค้าตั้งอยู่ที่ศูนย์ข้อมูลในประเทศสิงคโปร์ ข้อมูลบน server จะไม่ถูกย้ายออกนอกศูนย์ข้อมูลดังกล่าวโดยบริษัท ยกเว้นกรณีต่อไปนี้ซึ่งลูกค้ารับทราบและตกลง
- ระบบ support: เมื่อลูกค้าเปิด ticket ข้อความที่แจ้งเข้ามาและข้อมูลวินิจฉัยทางเทคนิคของระบบ Newton จะถูกส่งไปประมวลผลด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ของผู้ให้บริการในสหรัฐอเมริกา เพื่อจัดทำคำตอบให้ลูกค้า
- AI agent ที่ลูกค้าใช้งานเอง: คำสั่งและไฟล์ที่ลูกค้าสั่งให้ AI agent อ่านหรือแก้ไข จะถูกส่งไปยังผู้ให้บริการ AI ที่ลูกค้าเชื่อมบัญชีไว้เอง ซึ่งอยู่ในสหรัฐอเมริกา ในส่วนนี้ลูกค้าเป็นคู่สัญญากับผู้ให้บริการ AI นั้นโดยตรง
- ข้อมูลบัญชีและการชำระเงิน: ประมวลผลโดยผู้ให้บริการรับชำระเงินและผู้ให้บริการอีเมลตามที่ระบุใน Subprocessor List
ในทุกกรณี บริษัทจะดำเนินการให้มีมาตรการคุ้มครองที่เหมาะสมตามมาตรา 28 และ 29 แห่ง PDPA
9. การแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
หากบริษัททราบว่ามีเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลของลูกค้า บริษัทจะแจ้งลูกค้าโดยไม่ชักช้าและอย่างช้าภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุ พร้อมข้อมูลเท่าที่มีในขณะนั้น ได้แก่ ลักษณะของเหตุ ข้อมูลที่ได้รับผลกระทบ มาตรการที่ดำเนินการแล้ว และช่องทางติดต่อเพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อให้ลูกค้าปฏิบัติหน้าที่แจ้งเหตุต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ทันกำหนด
10. การช่วยเหลือเรื่องสิทธิของเจ้าของข้อมูล
หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลใช้สิทธิตามกฎหมาย เช่น ขอเข้าถึง แก้ไข ลบ หรือคัดค้านการประมวลผล บริษัทจะให้ความช่วยเหลือทางเทคนิคตามสมควรแก่ลูกค้าในการตอบสนองคำขอนั้น หากคำขอถูกส่งมาที่บริษัทโดยตรง บริษัทจะส่งต่อให้ลูกค้าโดยไม่ตอบสนองด้วยตนเอง เว้นแต่ลูกค้าจะสั่งการเป็นอย่างอื่น
11. การส่งคืนและการลบข้อมูล
- ลูกค้า export ข้อมูลจาก server ได้ตลอดเวลาที่ยังใช้บริการอยู่
- เมื่อสิ้นสุดสัญญาและครบรอบบิลที่ชำระแล้ว server จะถูกลบพร้อมดิสก์ทั้งหมด
- หากลูกค้าใช้บริการเสริม Backup ซึ่งสมัครผ่าน Newton Dashboard เท่านั้น snapshot ทั้งหมดจะถูกลบเมื่อบริการเสริมสิ้นสุด
- ข้อมูลบัญชีและเอกสารการชำระเงินที่บริษัทต้องเก็บต่อ เป็นไปตาม Data Retention Policy
12. การตรวจสอบ
บริษัทจะจัดเตรียมข้อมูลที่จำเป็นเพื่อแสดงการปฏิบัติตามข้อตกลงฉบับนี้ให้ลูกค้าเมื่อได้รับการร้องขอเป็นลายลักษณ์อักษร โดยตอบเป็นเอกสารหรือแบบสอบถามด้านความปลอดภัยได้ไม่เกินปีละหนึ่งครั้ง เว้นแต่มีเหตุละเมิดข้อมูลหรือกฎหมายกำหนดเป็นอย่างอื่น
13. ความรับผิดและระยะเวลา
ข้อตกลงฉบับนี้มีผลตลอดระยะเวลาที่ลูกค้าใช้บริการ และสิ้นสุดเมื่อบริษัทลบหรือส่งคืนข้อมูลตามข้อ 11 เสร็จสิ้น
เพดานความรับผิด: ความรับผิดของบริษัทตามข้อตกลงฉบับนี้ รวมถึงกรณีที่มีสาเหตุมาจากผู้ประมวลผลช่วงตามข้อ 7 จำกัดไม่เกินค่าบริการที่ลูกค้าชำระจริงในระยะเวลา 12 เดือนก่อนวันเกิดเหตุ และไม่รวมความเสียหายทางอ้อม เช่น การขาดรายได้ การสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ การสูญเสียข้อมูลที่ลูกค้าไม่ได้สำรองไว้เอง หรือความเสียหายต่อชื่อเสียง
ส่วนที่อยู่นอกความรับผิดของบริษัท: บริการปัญญาประดิษฐ์ที่ลูกค้าเชื่อมต่อด้วยบัญชีของตนเอง (เช่น Claude, Codex, Antigravity) ลูกค้าเป็นคู่สัญญากับผู้ให้บริการรายนั้นโดยตรงและชำระค่าบริการกับผู้ให้บริการนั้นเอง บริษัทไม่ได้เป็นผู้ควบคุมหรือผู้ประมวลผลข้อมูลที่ลูกค้าส่งผ่านบัญชีดังกล่าว จึงไม่รับผิดต่อการประมวลผล การจัดเก็บ หรือเหตุใดๆ ที่เกิดขึ้นในฝั่งผู้ให้บริการปัญญาประดิษฐ์นั้น รวมถึงผลลัพธ์ที่ AI สร้างขึ้นและการนำผลลัพธ์นั้นไปใช้
ในกรณีที่ข้อความในข้อตกลงฉบับนี้ขัดกับ Terms of Service ให้ใช้ข้อตกลงฉบับนี้บังคับเฉพาะเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ส่วนเงื่อนไขอื่นเป็นไปตาม Terms of Service
14. ติดต่อ
บริษัท อินคัม อิน คลิก จำกัด
ทะเบียนนิติบุคคลเลขที่ 0105564049399
98/299 ซ.ประชาอุทิศ 33 แยก 7 ถ.ประชาอุทิศ แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ 10140
Email: theanrapatr@incomeinclick.in.th